





![]() | Today | 4 |
![]() | Yesterday | 34 |
![]() | This week | 4 |
![]() | Last week | 512 |
![]() | This month | 409 |
![]() | Last month | 1363 |
![]() | All days | 6474 |
Your IP: 38.107.191.87
,
Today: ก.ย. 05, 2010
ประวัติคริสตจักร
ประวัติคริสตจักรแบ๊บติสต์นนทบุรี จ.นนทบุรี
ที่มาของอเมริกันแบ๊บติสต์ในสยามประเทศ
ศตวรรศที่ 16 เป็นจุดเริ่มต้นของคริสตศาสนานิกายโปรแตสแตนท์แยกตัวออกจากคริสตจักรคาทอลิกในปี ค.ศ.1517 โดยการปฏิรูปศาสนาของ มาติ ลูเธอร์ ซึ่งเน้นศาสนศาสตร์เรื่องการรอดโดยพระคุณและการทรงเลือกสรรประชากรของพระองค์โดยพระเจ้า กลุ่มปฏิรูปนี้ได้เริ่มออกประกาศโดยส่งมิชชันนารีออกไปยังดินแดนต่างๆ ในศตวรรศที่18 โปรแตสแตนท์ในทวีปอเมริกาเกิดการตื่นตัวฝ่ายวิญญาณครั้งใหญ่ (The Great Awakenings) ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการทำพันธกิจในโลก เช่น กลุ่มไพอาทิสท์ (Pietist) กลุ่มโมราเวียน (Moravian) จนได้ชื่อว่าเป็น ศตวรรศที่ยิ่งใหญ่? แห่งพันธกิจโปรแตสแตนท์ เกิดองค์กรพันธกิจ และมีการส่งมิชชันนารีออกไปทั่วโลก
คริสตจักรโปรแตสแตนท์ในสหรัฐอเมริกา และยุโรปต่างก็ส่งมิชชันนารีเข้ามาในเอเชีย และเมืองสยามก็ได้ยินพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์จากมิชชันนารีนิการโปรแตสแตนท์จากคณะต่างๆ เช่น คณะคองกริเกชั่นแนล (Congregational) คณะเพรสไบทีเรียน และคณะแบ๊บติสต์
ในปี ค.ศ.1828 ซึ่งตรงกับรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรีจากองค์การ The London Missionary Society การทำพันธกิจยากลำบากเพราะในรัชการที่ 3 ไม่โปรดชาวต่างชาติ ไม่ทรงเป็นมิตร และขัดขวางการงานทุกอย่างของมิชชันนารี เมืองสยามในเวลานั้นไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มิชชันนารีจะเข้ามาประกาศพระกิตติคุณโดยตรง เป็นแต่เพียงเมืองที่ใช้เดินทางผ่านไปยังจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากจีนปิดประเทศในเวลานั้นทำให้บรรดามิชชันนารีต้องพำนักอยู่ในเมืองสยามเป็นระยะเวลานาน และได้ทำการประกาศกับชนกลุ่มน้อยในเมืองสยามเช่น จีนอพยพ มอญ พม่า เป็นต้น ในปี 1833 องค์การอเมริกันแบ๊บติสต์ (The American Baptist) เข้ามาในเมืองสยามโดยมี จอห์น เทเลอร์ โจนส์ (John Taylor Jones) กับครอบครัว ซึ่งเคยทำงานในประเทศจีนมาก่อนได้เข้ามาทำพันธกิจกับชาวสยาม ซึ่งได้เริ่มทำพันธกิจกับชาวพม่าและมอญที่ตกค้างจากสงครมาก่อน ต่อมาท่านพบว่าชาวจีนในสยามให้ความสนใจพระกิตติคุณมากกว่าคนไทย ท่านจึงทำพันธกิจกับชาวจีน จนสามารถให้บัพติสมาแก่ชาวจีน 3 คน
ปี 1835 วิลเลียม ดีน (William Dean) มิชชันนารีองค์การอเมริกันแบ็บติสต์ผู้กำลังเตรียมตัวไปทำพันธกิจในจีน ได้ถูกส่งตัวเข้ามาทำพันธกิจกับคนจีนในเมืองสยามก่อนเพื่อรอไปประเทศจีนในภายหลัง ในเวลานั้นในสยามมีชาวจีนแต้จิ๋วอพยพเข้ามาเนื่องจากภัยทางการเมือง และการกันดารอาหาร ในที่สุดมีคนงานของมิชชันนารีรับเชื่อ 2-3 คน วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1837 วิลเลียมดีนได้เปิดคริสตจักรจีนแห่งแรกขึ้นในสยามซึ่งนับว่าเป็น ?คริสตจักรจีนโปรแตสแตนท์แห่งแรกในเอเชียตะวันออก และเป็นคริสตจักรจีนแห่งแรกในโลกอีกด้วย? คริสตจักรจิงกวงแห่งนี้ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยว่า ?คริสตจักรไมตรีจิต? อีกหนึ่งศตวรรศต่อมา คนจีนก็ได้ผสมกลมกลืนเข้ากับชนชาติไทยโดยการสมรสเมื่อสิ้นรัชกาลที่3 มิชันนารีได้ทำงานอย่างมีเสรีภาพในรัชสมัยของรัชกาลที่4 และรัชกาลที่5 เพราะทรงมีความคิดสมัยใหม่และเปิดกว้างสำหรับมิชชันนารีมาก
หลังปี 1850 มิชชันนารีของอเมริกันแบ๊บติสต์ที่เข้ามาในสบามมักเดินทางเข้าไปทำพันธกิจในจีนเกือบทั้งหมด เมื่อย่างเข้าปี 1873 ก็เหลือมิชชันนารีทำงานกับคน 4 กลุ่มคือ ไทย จีน กะเหรี่ยง และมอญ กลุ่มที่เกิดผลที่สุดคือกลุ่มชาวจีน และคริสตจักรชาวจีนกังตั้งมั่นคงอยู่ ปี 1868 คณะอเมริกันแบ๊บติสต์ได้ยกเลิกพันธกิจกับชาวสยาม

ที่มาของคริสตจักรแบ็บติสนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลที่ 8 สภาพคริสตจักรก็เริ่มถดถอยเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการ ทั้งเรื่องการเมืองในประเทศ การควบคุมชาวจีนอพยพ และสงครมโลกครั้งที่สองระหว่าง ค.ศ.1914-1945 ซึ่งตรงกับรัชกาลที่ 8 มีคริสเตียนในประเทศไทยเพียง 9,000 คน มีคริสตจักร 68 แห่ง คริสเตียนส่วนมากอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย คริสเตียนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯเป็นชาวจีนและเป็นลูกหลานของชาวจีนปี 1941 สะเก็ดดาวแห่งความเชื่อที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยที่สุดจากคริสตจักรไมตรีจิตก็ได้ส่องประกายแห่งความเชื่อไปยังจังหวัดนนทบุรี

ข้าพเจ้าอยากร่ำรวยในความเชื่อ ขอ... ช่วยเหลือหน่อย.jpg)
วันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1941 สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มประทุหนัก ญี่ปุ่นเข้ายึดประเทศไทย ขณะที่สภาพคริสตจักรทั่วโลกอ่อนกำลังลง แต่ความเชื่อของคนหนึ่งก็กำลังประทุไปยังอีกแห่งหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดผลในอีก20ปีต่อมาสืบเนื่องมาจากคริสตจักรไมตรีจิตที่มีสมาชิกเป็นชาวจีนตั้งแต่อดีต จนภายหลังก็กลายเป็นเชื้อชาติเดียวกันกับคนไทย อันเนื่องมาจากคนจีนก็แต่งงานกับคนไทย และไม่ได้มีการแยกสัญชาติอีกต่อไป ดังนั้นหลายคริสตจักรก็ดูเหมือนจะมีหลายเชื้อชาติคละเคล้ากันไปนายฮักเยี้ยง แซ่เยียะ (หรือนายอ้วยฮักเยี้ยง) เป็นชาวจีนที่มาจากซัวเถา และเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อในพระเยซูทั้งๆที่ตัวท่านเองก็ได้รับการต่อต้านเพราะเป็นคริสเตียนคนเดียวในครอบครัว ท่านได้แสดวถึงการยืนหยัดในความเชื่อโดยยอมอดทนทุกอย่าง จนในที่สุดได้แยกครอบครัวออกไปตั้งรกรากและทำธุรกิจที่จังหวัดนนทบุรี ภายหลังได้กลายเป้นต้นตระกูล ?เอกตระกูล? ซึ่งคนรุ่นลูของนายฮักเยี้ยงก็ได้มีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนการทำพันธกิจของคริสตจักรแบ๊บติสต์นนทบุรีมาจนถึงปัจจุบัน
ศาสนจารย์ยาโคบ ลิ้ม ซึ่งเป็นผู้รับใช้ในคริสตจักรไมตรีจิตในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้บันทึกไว้ในหนังสือพิธีถวายอาคารคริสตจักรแบ๊บติสต์นนทบุรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 1990 ว่า ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ.1941) ข้าพเจ้าย้ายจากการทำงานกับคณะ C&MA เข้ามารับผิดชอบงานที่คริสตจักรไมตรีจิตได้รู้จักกับคุณฮักเยี้ยงซึ่งในขณะนั้นท่านเดินทางกลับมาจากซัวเถา มาร่วมนมัสการที่คริสตจักรไมตรีจิตข้าพเจ้าได้ทราบว่าท่านเป็นคริสเตียนคนเดียวในบ้านและได้ถูกข่มเหงเพราะพระนามของพระเจ้า ได้รับความทุกข์ยากลำบากมากมายจึงทำให้ข้าพเจ้าจึงต้องคอยเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อชีวิตของท่าน แต่ว่าทุกครั้งที่ไปเยี่ยมท่าน ข้าพเจ้าต้องใช้เวลาครึ่งวันนั่งรถจากสามแยกไปลงที่ท่าพระจันทร์ซึ่งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วนั่งเรือแจวไปลงที่ริมน้ำบางขวาง ขึ้นไปยังร้านของคุณฮักเยี้ยงซึ่งบางครั้งท่านก็ไม่อยู่บ้านคนที่บ้านต่างมองดูข้าพเจ้าด้วยความสงสัยและมีคำถามต่างๆนานาทำมห้ข้าพเจ้าหมดอารมณ์จึงกลับไป แต่ข้าพเจ้ายังคงห่วงใยคุณฮักเยี้ยงมาก และพร้อมกันนี้รู้สึกชื่นชมยินดีในใจ ที่ท่านมีโอกาสได้รับพระพรประการที่เก้าจากสวรรค์ (มัทธิวบทที่ 5 ข้อ 11-12)
ย้อนหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) ขณะนั้นข้าพเจ้าออกจากคริสตจักรไมตรีจิตแล้ว และเนื่องจากสภาพความผกผันของครอบครัวคุณฮักเยี้ยง ท่านได้พาบุตรหญิงคนเล็กมากไว้ที่บ้านของข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าช่วยดูแล และพาไปเรียนที่โรงเรียนสัจจะพิทยาซึ่งอยู่ข้างบ้านข้าพเจ้า สาเหตุสำคัญที่คุณฮักเยี้ยงได้รับการข่มเหงจากครอบครัว ตลอดจนความยุ่งยากลำบากต่างๆ มาจากการที่คุณฮักเยี้ยงมีความเชื่อมั่นในพระเจ้า แต่คุณฮักเยี้ยงก็ยะงมีความยึดมั่นในพระองค์โดยไม่สั่นคลอนจึงทำให้ข้าพเจ้ามีความนับถือท่านที่เป็นรากฐานการอวยพรจากพระเจ้าเวลาผ่านไปหลายปีขณะที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบงานที่คริสตจักรในฮ่องกง ครั้งหนึ่งมีคนฝากของมาจากฮ่องกงเพื่อไปให้ญาติที่ปากเกร็ด ข้าพเจ้าไปขึ้นรถที่สนามหลวงเพื่อที่จะไปจังหวัดนนท์ ข้าพเจ้าคิดว่าถึงปากเกร็ดแล้วจึงลงจากรถ เมื่อมองดูจึงทราบว่าไม่ใช่ เพราะมีโรงภาพยนต์นนทบุรีอยู่ฝั่งตรงข้ามจึงคิดจะนั้งรถประจำทางต่อไปอีก ขณะนั้นก็มีมอมาแตะที่ด้านข้างของข้าพเจ้า แล้วพูดว่า ?อาจารย์ ยาโคบ ลิ้ม มาทำอะไรที่นี่? ข้าพเจ้าก็หันกลับไปดู คุณฮักเยี้ยงนี่เอง ข้าพเจ้าก็ถามว่า ?ท่านมาที่นี่ทำอะไร?? ท่านก็ชี้ให้ดูว่าท่านมาเปิดร้านอยู่ตรงนี้ ข้าพเจ้าเงยหน้าดูชื่อร้าน ป.สงวน ท่านจึงเชิญข้าพเจ้าเข้าไปพูดคุยในร้าน จึงทราบว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านมีร้านค้า 2 แห่ง ถึง พ.ศ. 2511 (ค.ศ.1968) วันหนึ่งคุณฮักเยี้ยงมาหาข้าพเจ้า และพูดกับข้าพเจ้าว่า อาจารย์ยาโคบครับ ข้าพเจ้าอยากร่ำรวยทางความเชื่อขออาจารย์ยาโคบช่วยเหลือหน่อย ข้าพเจ้าก็พูดว่าเรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่เคยไดยินหรือคิดถึงเลย จะร่ำรวยทางความเชื่อได้อย่างไร? ท่านก็ตอบว่าข้าพเจ้าอยากมีคริสตจักรที่นนทบุรี
เริ่มต้นด้วยสถานที่ประกาศ ข้าพเจ้าจะออกทุน (ถวายทรัพย์) ขอให้อาจารย์ช่วยออกแรง ข้าพเจ้าก็ถามต่อไปอีกว่า จะออกเงินและออกแรงกันอย่างไร ท่านก็พูดว่าที่นี่มีตึกแถวอยู่ห้องหนึ่งสามารถเซ้งได้ 10 ปี ราคา170,000 บาท ท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วยตนเอง แต่วาอาจารย์ต้องไม่มีเงินเดือน เมื่อการนี้สำเร็จ ข้าพเจ้าจะร่ำรวยทางความเชื่อ ข้าพเจ้าจึงรับปากในเวลานั้น ทุกคืนวันอาทิตย์ ข้าพเจ้าก็นำสมาชิกคริสตจักรสามัคคีธรรมประมาณ 20 คน นั่งรถ2คัน มาถึงนนทบุรี ทำเช่นนี้เป็นเวลา 2 ปี งานของข้าพเจ้าก็ยุ่งมากจนไม่มีเวลาที่จะดูแลได้อย่างเต็มที่ จึงได้เชิญผู้รับใช้เต็มเวลาเข้ามารับใช้งานของสถานประกาศ ในที่สุดก็ได้อาจารย์นำชัย อิสรากรมาช่วยงาน ขณะนั้นท่านรัยผิดชอบเป็นเลขาที่สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยขอบคุณพระเจ้าที่ได้ให้โอกาสข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในงานของพระองค์ช่วยคุณฮักเยี้ยงให้ความร่ำรวยทางความเชื่อของท่านสมปราถนา เมื่อความฝันเป็นจริง
ปี 1968 คริสตจักรแบ๊บติสต์นนทบุรี เริ่มต้นด้วยการเปิดเป็นสถานประกาศบรเวณถนน ประชาราษฎร์ใกล้สี่แยกตลาดนนทบุรี โดยครอบครัวนายฮักเยี้ยงเป็นผู้เช่าห้องแถว และจ่ายค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท เป็นสถานประกาศอย่างเป็นทางการ มี ศ.จ. ยาโคบ ลิ้ม และพี่น้องจากคริสตจักรสามัคคีธรรมมาช่วยกันประกาศ มีชาวบ้านทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาร่วมประชุม
จากสถานประกาศสู้คริสตจักรที่มีสง่าราศี
จากถนนประชาราษฎร์ ต่อมาได้ย้ายสถานประกาศไปยังถนนพิบูลย์สงคราม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เดิมเท่าไรนัก คือยังอยู่บริเวณสี่แยกกลางตลาดนนทบุรีแต่อยู่คนละฟาก ที่นี่เองที่เราเรียกว่าคริสตจักร ศ.จ. ยาโคบลิ้ม ได้ติดต่อกับผู้รับใช้เต็มเวลามาช่วย คือ อาจารย์ นำชัย อิสรากร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสหกิจคริสเตียนฯ และเป็นช่วงที่คริสตจักรได้มีมิชชันนารีจากประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาช่วยพันธกิจในระยะสั้น นายฮักเยี้ยงได้วางแผนที่จะเซ้งตึกเพื่อตั้งเป็นคริสตจักรถาวรแต่ก็ยังไม่สามารถหาที่ที่เหมาะสมได้
อีกครั้งเมื่อคริสตจักรได้ย้ายจากถนนพิบูลย์สงครามมาที่ซอยกีฬานนท์นายฮักเยี้ยงได้เสียชีวิตลง ต่อมาคนในครอบครัวนายฮักเยี้ยงตัดสินใจซื้อที่ดินบริเวณซอยกีฬานนท์เพื่อตั้งเป็นคริสตจักรถาวรในราคาสองแสนเจ็ดหมื่นบาทด้วยเงินจากครอบครัวนายฮักเยี้ยงเอง (ภายหลังได้ขายเพื่อเอาเงินไปซื้อที่ดินในซอยพันเอกหาญ) เนื่องจากเมื่อมองในระยะยาวแล้วสถานที่แห่งนั้นคับแคบเกินไปไม่สามารถขยายเขตแดนออกไปได้ จึงพากันย้ายไปซอยพันเอกหาญซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองขึ้นไปทางเหนือจากท่าน้ำนนท์และได้ตัดสินใจซื้อที่ดินบริเวณหลังห้องเช่า แต่ที่นั่นอยู่ติดกับอู่ซ่อมรถ ทั้งมีมลพิษและเสียงดังมาก ทำให้พี่น้องต้องตัดสินใจกันอีกครั้งเรื่องสถานที่ จนกระทั่งพระเจ้าทรงประทานที่ดินผืนปัจจุบันนี้ให้ในเวลาอันเหมาะสม
คริสตจักรได้ทำพิธีมอบถวายอาคารคริสตจักร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ.1990
ช่วงที่ระเหเร่ร่อนอยู่นั้นสมาชิกคริสตจักซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น และส่วนมากเป็นกลุ่มอนุชนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ต่อมาเด็กๆเหล่านี้ได้เติบโตขึ้นและเป็นกำลังสำคัญของคริสตจักร มีหลายคนที่ยังคงปรนนิบัตรรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อในคริสตจักรแห่งนี้ พระเจ้าทรงเลือกคนที่เล็กน้อยในอดีตมาแล้วอย่างไร พระองค์ก็ยังทรงกระทำอย่างนั้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโนอาห์ อับราฮัม และบรรดาผู้เผยพระวัจนะ พระองค์ทรงเลือกคนที่มีความเชื่อและมีความชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์ เพื่อไม่ให้คนหนึ่งคนใดอวดได้ว่าเป็นการงานของมนุษย์ นายฮักเยี้ยงได้ร่ำรวยความเชื่อ เพราะบัดนี้คริสตจักรของพระเจ้าได้ก่อตั้งขึ้นบนรากฐานแห่งความเชื่อของท่านที่มีกับพระเจ้สและคริสตจักรก็เต็มไปด้วยสง่าราศีที่มาจากพระเจ้า
แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 03 พฤษภาคม 2010 เวลา 10:21 น.)









